Breaking News
Loading...

ความแตกต่างของดอกเบี้ย MLR กับ MRR

Share on Google Plus

MLR vs MRR


ใครไม่กู้เงินยกมือขึ้น

ถ้าเราลองถามคนไทยทั้งประเทศดู ที่มีอายุขั้นต่ำ 20 ปีขึ้นไป ถามว่าคุณมีหนี้กับทางธนาคารหรือสถาบันการเงินหรือไม่ คำตอบที่ได้ ส่วนใหญ่จะตอบว่ามี เพราะคุณทราบหรือไม่ว่า คนรวยที่ทำธุรกิจใหญ่โต ก็มีการกู้เงินแทบทั้งสิ้น กู้มาลงทุนทำธุรกิจ ซึ่งจะมากน้อยก็ขึ้นกับขนาดของธุรกิจนั้นๆ สรุปคน คนส่วนใหญ่มีหนี้แทบทั้งสิ้น หรือจะพูดให้เพราะๆ คือ มีเครดิตดี เพราะถ้าไม่ดี รับรองไม่มีสถาบันไหนให้กู้แน่นอน
พอพูดถึงตรงนี้ กู้เงินกับดอกเบี้ยเป็นของคู่กัน ดังนั้น มือใหม่หัดกู้เงิน หรือใครที่กำลังคิดจะซื้อบ้าน ที่ดิน ก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เราควรต้องเข้าใจ และศึกษาให้ดี นั่นคือ อัตราดอกเบี้ย และตัวย่อของอัตราดอกเบี้ยที่มักได้ยินบ่อยๆ นั่นคือ MLR กับ MRR

MLR ย่อมาจาก Minimum Loan Rate
MRR ย่อมาจาก Minimum Retail Rate

MLR หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชน์เรียกเก็บกับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี มักใช้กับการกู้ระยะยาว สำหรับการกู้เพื่อทำธุรกิจ แต่ก็รวมทั้งการกู้บ้านด้วย อ้าวแสดงว่า ผมก็เป็นลูกค้ารายใหญ่และชั้นดีด้วยสิ ถึงได้สินเชื่อ MLR จริงๆ แล้วไม่ใช่ทั้งหมดหรอกครับ เวลากู้มักจะมีคำว่า MLR +- เท่าไหร่

ลูกค้าชั้นดี หมายถึง ลูกค้าที่ประวัติการเงินดี ไม่ถูกฟ้อง ไม่ตีเช็คเด้ง และมีหลักทรัพย์ค้ำประกันอย่างเพียงพอกับจำนวนเงินกู้ หรือมากกว่า

MRR หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชน์เรียกเก็บกับลูกค้ารายย่อยชั้นดี ได้แก่ สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อที่อยู่อาศัย เป็นต้น

ทิปเพิ่มเติม MLR กับ MRR แต่ละธนาคารไม่เท่ากัน

คุณทราบหรือไม่ว่า อัตราดอกเบี้ย MLR กับ MRR นั่น แต่ละธนาคารจะมีการคิดอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เท่ากัน ดังนั้น ก่อนการเลือกกู้กับธนาคาร แนะนำให้ตรวจสอบหลายๆ ธนาคารเสียก่อน แต่ถ้าคุณมีบัญชีกับธนาคาร แนะนำให้ไปสอบถามธนาคารนั้นเป็นแห่งแรก และเมื่อได้อัตราดอกเบี้ยเปรียบเทียบกับหลายๆ ธนาคารแล้ว แนะนำให้นำมาต่อรองกับธนาคารที่เรามีบัญชี เพื่อขออัตราส่วนลดพิเศษ เพราะธนาคารจะถือว่า เราเป็นลูกค้าของธนาคารมาก่อนแล้ว

สำหรับผู้ไม่มีความมั่นคง หรือธนาคารเห็นว่ามีความเสี่ยงในเรื่องการชำระเงิน อัตราดอกเบี้ย MLR ที่ธนาคารคิด จะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบุคคลทั่วไป โดยจะคิดอัตราดอกเบี้ย MLR + x%  (x คือตัวเลขที่ธนาคารคิดเพิ่ม)

ตัวอย่างดอกเบี้ย MLR

  • สมมติอัตราดอกเบี้ย MLR = 7.25 ดังนั้นอัตราดอกเบี้ย MLR -3%   จะหมายถึง
    ธนาคารจะคิดดอกเบี้ย = 4.25% ต่อปี 

แล้ว MOR หล่ะคืออะไร

คำตอบก็คือ MOR ย่อมาจาก Minimum Overdraft Rate หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทวงเงินเบิกเกินบัญชี

ตุณทราบหรือไม่ว่า MLR, MRR และ MOR ถ้าสังเกตุให้ดี เป็นอัตราการคิดดอกเบี้ยแบบลอยตัว (Floating Rate) ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามต้นทุนของธนาคาร

You Might Also Like

0 comments

About Thai Finance Tips

เคล็ด(ไม่)ลับ ในการบริหารเงินให้เต็มกระเป๋า

เรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่ เห็นด้วยไหม? ถ้าใครรู้จัก "บริหารเงิน" ก่อน ย่อมมีโอกาส "รวยก่อน" ทีมงาน Thai Finance Tips ได้รวบรวมข้อมูล "การเงินใกล้ตัว" ที่น่าสนใจมาบอกต่อกัน..

สนใจลงโฆษณาติดต่อได้ที่
092 539 8949

Google Search

ค้นหาจาก Google

Follow on Facebook